“MIDAS Medical Innovation Hackathon 2025” เวทีขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่สิทธิประโยชน์ของคนไทย

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 HITAP ได้จัดประชุมผู้เชี่ยวชาญเพื่อนำเสนอผลการศึกษาเรื่องการนำชุดตรวจภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD มาใช้ ณ จุดดูแลผู้ป่วย (point-of-care) ในการรักษาโรคไข้มาลาเรียในประเทศไทย เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่าง ๆ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันด้านนโยบายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการเตรียมการที่จำเป็นหากมีการนำชุดตรวจดังกล่าวมาพัฒนาเป็นบริการ
การประชุมจัดขึ้น ณ โรงแรมริชมอนด์สไตลิชคอนเวนชั่นโฮเทล นนทบุรี โดยมีนักวิจัยจาก HITAP PATH และ Shoklo Malaria Research Unit นำเสนอผลการศึกษาต่อกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมอภิปรายและให้ข้อเสนอแนะ ได้แก่ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมโรค และองค์การอาหารและยา Mahidol-Oxford Tropical Medicine Research Unit และ PATH
ที่ประชุมมีการวิเคราะห์สถานการณ์ของชุดตรวจภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD สำหรับการรักษาโรคไข้มาลาเรียชนิด P. vivax และภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ในประเทศไทย โดยเน้นเรื่องนโยบายที่เกี่ยวกับชุดตรวจภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD แนวทางเวชปฏิบัติ การพิจารณาการตรวจและการรักษา
นอกจากนี้ยังที่ประชุมยังอภิปรายเรื่องความแตกต่างของภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ในประชากรชายและหญิง การศึกษาต้นทุนประสิทธิผลเรื่องชุดตรวจภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD และ GeoDX model ซึ่งเป็นโปรแกรมประมาณการจำนวนของชุดตรวจภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ที่จะต้องใช้รักษาโรคไข้มาลาเรียชนิด P. vivax
อย่างไรก็ตามที่ประชุมให้ข้อเสนอแนะว่า หากมีการนำชุดตรวจภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD มาใช้ ณ จุดดูแลผู้ป่วย (point-of-care) ในการรักษาโรคไข้มาลาเรียในประเทศไทย ควรออกแบบให้ใช้งานง่าย ทนต่ออุณหภูมิในประเทศไทยและราคาไม่แพง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการและมีความปลอดภัยจากการใช้ยามากขึ้นในอนาคต
ติดตามอ่าน สรุปประชุมผู้เชี่ยวชาญได้ที่ https://www.hitap.net/research/167892