“MIDAS Medical Innovation Hackathon 2025” เวทีขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่สิทธิประโยชน์ของคนไทย

น.ส.สุธีนุช ตั้งสถิตกุลชัย นักวิจัยในโครงการนี้ นำเสนอความสำคัญของปัญหาและสถานการณ์ปัจจุบันของโรคและการบาดเจ็บจากการทำงาน พบว่าคนทำงาน/ผู้ใช้แรงงานทั้งในและนอกระบบส่วนใหญ่ได้รับการบาดเจ็บจากการถูกวัสดุ/สิ่งของ ตัด/บาด หรือทิ่มแทง มากที่สุด ซึ่งสูงถึงกว่าร้อยละ 60 และไม่มีแนวโน้มลดลงเลยตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา
“ผู้ใช้แรงงาน หรือคนทำงานในประเทศไทยยังประสบปัญหาการเข้าถึงบริการด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคและการบาดเจ็บจากการทำงาน โดยมีที่มาจากหลายสาเหตุ เช่น ผู้ใช้แรงงานเองไม่รู้สิทธิ หรือไม่เข้ารับบริการสุขภาพ/ไม่รายงานการบาดเจ็บเพราะกลัวกระทบต่องาน หรือนายจ้างเองปิดบังข้อมูลด้านความปลอดภัย ลูกจ้างไม่รู้กฎหมาย ไม่ได้รับการดูแลความปลอดภัยจากนายจ้าง หรือนายจ้างไม่รายงานการบาดเจ็บเพราะกลัวบริษัทเสียชื่อ รวมไปถึงปัญหาในเชิงระบบที่ไม่เอื้อต่อการจัดบริการดูแลสุขภาพความปลอดภัยของผู้ใช้แรงงานให้เป็นไปอย่างมีมาตรฐาน” น.ส.สุธีนุช กล่าว
ทั้งนี้ คณะผู้วิจัยจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้มีการปรับปรุงระบบการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการทำงานของกลุ่มผู้ใช้แรงงานทั้งในและนอกระบบ โดยเน้นกระบวนการ 5 Rs คือ การลงทะเบียนข้อมูลผู้ใช้แรงงาน (Register and Health Check) การตรวจสุขภาพและประเมินสภาพแวดล้อมการทำงาน (Re-check) การรายงานผลการตรวจไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง (Report) การบันทึกข้อมูล (Record) และสุดท้ายการนำข้อมูลที่ได้ไปสนับสนุนการพัฒนาระบบดูแลประชากรในวัยทำงานของไทย (Responsiveness)
จากการนำเสนอผลวิจัย ผู้เชี่ยวชาญให้ข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนางานวิจัยหลายประการ โดยมีข้อคิดเห็นต่อ ร่างกระบวนการ 5 Rs ว่า การตรวจสุขภาพกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ควรเน้นการตรวจเพื่อหาความเปลี่ยนแปลงที่อาจมีสาเหตุจากการทำงานมากกว่าเน้นเพื่อหาผลผิดปกติ ให้มีระบบดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องแม้ผู้ใช้แรงงานจะเปลี่ยนสถานที่ทำงาน หรือเลิกทำงานไปแล้ว ให้มีการวางระบบตรวจสอบโรคจากการทำงานอย่างเป็นมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มแรงานนอกระบบ และแรงงานต่างด้าว เป็นต้น
ติดตามเอกสารสรุปการประชุมได้ที่ www.hitap.net/research/13261