“MIDAS Medical Innovation Hackathon 2025” เวทีขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่สิทธิประโยชน์ของคนไทย

11 มีนาคม 2556 นักวิจัยในโครงการการประเมินความคุ้มค่าของยารักษาโรคกระดูกพรุน จัดประชุมผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะต่อผลวิจัยเบื้องต้นก่อนเผยแพร่งานสู่สาธารณะ โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ HITAP มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 14 คน จากสำนักงานประกันสังคม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลัก แพทย์ และตัวแทนภาคอุตสาหกรรม
โครงการการประเมินความคุ้มค่าของยารักษาโรคกระดูกพรุน เป็นงานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความคุ้มค่าและผลกระทบด้านงบประมาณของการรักษาโรคกระดูกพรุนในหญิงวัยหมดประจำเดือนในมุมมองของผู้ให้บริการและมุมมองของสังคม รวมทั้งวิเคราะห์ต้นทุนอรรถประโยชน์ของการรักษาโรคกระดูกพรุนในหญิงวัยหมดประจำเดือนระหว่างยา 9 ชนิดที่มีการใช้อยู่ในปัจจุบัน เปรียบเทียบกับการให้แคลเซียมและวิตามินดี เพื่อป้องกันการเกิดกระดูกหัก และการเกิดกระดูกหักซ้ำ
ภญ.ปฤษฐพร กิ่งแก้ว นักวิจัยหลักในโครงการนี้ได้นำเสนอผลวิจัยว่า ณ ราคายาในปัจจุบัน การรักษาโรคกระดูกพรุนในหญิงวัยหมดประจำเดือนอายุ 65 ปีขึ้นไปด้วยยา alendronate มีความคุ้มค่าในมุมมองสังคม อย่างไรก็ตามจะมีภาระงบประมาณที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงควรกำหนดเกณฑ์การรักษาในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักสูงเป็นกลุ่มแรกก่อน เพื่อให้เกิดการบริหารงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนมากที่สุด
ภายหลังจากการนำเสนอผลวิจัย ผู้เข้าประชุมได้มีข้อเสนอแนะต่อประเด็นผลกระทบด้านงบประมาณที่สูงของยาดังกล่าว เนื่องจากยาดังกล่าวใช้กับผู้ป่วยจำนวนมาก ยามีราคาแพง อีกทั้งยังต้องมีการใช้ต่อเนื่องหลายปีจึงแนะนำให้ คณะผู้วิจัยวิเคราะห์เพิ่มเติมเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดกระดูกหัก มาคำนวณเปรียบเทียบ เพื่อนำเสนอทางเลือกให้กับผู้กำหนดนโยบายต่อไป