“MIDAS Medical Innovation Hackathon 2025” เวทีขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่สิทธิประโยชน์ของคนไทย

เร่งแก้วิกฤตขาดไอโอดีน สธ.มอบ 1.2 ล้านเม็ดให้กลุ่มเสี่ยง สั่งโรงงานปรุงรสเติมด่วน!!
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9530000137939
วันนี้ (1 ต.ค.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานในงานแถลงข่าวนโยบายการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ หวังเร่งแก้ปัญหาการขาดสารไอโอดีนใน 2 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ และกลุ่มทารกแรกเกิด
โดยนายจุรินทร์ กล่าวว่า โรคขาดสารไอโอดีนเป็นปัญหาสาธารณสุขด้านโภชนาการที่สำคัญปัญหาหนึ่งของประเทศ จากผลการศึกษาทั่วโลกพบว่าการขาดสารไอโอดีนพบได้ในทุกกลุ่มอายุแต่จะส่งผลร้ายแรงชัดเจนในกลุ่มทารกตั้งแต่ในครรภ์จนถึง 3 ปี โดยหญิงตั้งครรภ์ที่ขาดสารไอโอดีนแม้เพียงเล็กน้อยจะส่งผลต่อทารกทำให้มีพัฒนาการทางสมองไม่เต็มที่อาจทำให้ทารกตายในครรภ์ แท้ง หรือพิการ หากขาดไอโอดีนในระดับปานกลางจะทำให้เด็กมีสติปัญญาด้อย การเรียนรู้ไม่เต็มศักยภาพ มีผลต่อระดับไอคิวของเด็กได้ถึง 10-15 จุด และหากขาดไอโอดีนขั้นรุนแรงอาจทำให้ปัญญาอ่อน ขณะที่ในวัยผู้ใหญ่หากได้รับไอโอดีนไม่เพียงพออาจทำให้อ่อนเพลียง่าย สมองเฉื่อยชา ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
สำหรับประเทศไทยถือว่ากำลังประสบปัญหาโรคขาดสารไอโอดีน เช่น เดียวกัน จากการที่ สธ.พบข้อมูลว่า มีพัฒนาการทางสมองลดลงเรื่อยๆ เนื่องมาจากปัญหาการขาดสารไอโอดีนนั้น สธ.มีนโยบายที่จะให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับ “ยาเม็ดเสริมอาหารสำคัญ” จึงได้มอบให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) มีการวิจัยและพัฒนายาเม็ดไอโอดีนสำหรับหญิงตั้งครรภ์ โดย อภ.ได้ดำเนินการพัฒนายา 2 สูตรตำรับ ได้แก่ ยาเม็ดไอโอดีนเดี่ยว ขนาด 0.15 มก.ซึ่งจะให้เฉพาะหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคโลหิตจาง และยาเม็ดผสมไอโอดีน 0.15 มก. กรดโฟลิก 0.40 มก.และธาตุเหล็ก 60.81 มก. โดยขณะนี้ อภ.มีผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูปออกมามอบให้กับสธ.จำนวน 1.2 ล้านเม็ด 1 ต.ค.นี้ สธ.จะดำเนินการให้ยาแก่เด็กทารกแรกเกิดและหญิงตั้งครรภ์ใหม่ วันที่ 1 ต.ค.นี้ ส่วนหญิงตั้งครรภ์เดิมจะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.โดยที่ประชาชนไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับค่าใช้จ่ายในการแจกยาเม็ดฯ นั้นครั้งนี้ยังไม่ได้คำนวณอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าน่าจะใช้งบประมาณราว ปีละ 50 ล้านบาท
“ทั้งนี้ คาดว่าเม็ดดังกล่าวจะได้ดำเนินการลงทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอย่างเป็นทางการในอีกราว 6-12 เดือนข้างหน้า แต่เนื่องจากเป็นนโยบายเร่งด่วนก็จะดำเนินการแจฟรีแก่ 2 กลุ่มดังกล่าวไปก่อน” นายจุรินทร์กล่าว
รมว.สธ.กล่าวอีกว่า ในปีงบประมาณ 2554 สธ.จะดำเนินการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยจะมีการจัดกิจกรรม “วิ่งรณรงค์ธงชัยไอโอดีน เพิ่มไอโอดีน เพิ่มไอคิว” เพื่อแสดงพันธสัญญาร่วมกับการใช้เกลือเสริมไอโอดีน ทั้งนี้ สธ.ได้ออกประกาศกระทรวงฯ ลงวันที่ 27 ก.ย.2553 ถึงผู้ประกอบการ โรงงานเกลือ ซอส น้ำปลา และซีอิ๊ว จะต้องเร่งดำเนินการเติมไอโอดีนลงในผลิตภัณฑ์ของตนภายใน 90 วัน หากไม่ทำตามถือเป็นอาหารปลอม อย่างไรก็ตาม สำหรับโรงงานเกลือดำเนินการเติมไอโอดีนแล้วมีจำนวน 59 แห่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่และขนาดกลาง ส่วนโรงงานขนาดเล็กอีก 133 โรงจะต้องดำเนินการในลำดับต่อไปตามวันและเวลาที่กำหนด