logo

HITAP ร่วมมือกับกรมการแพทย์ จัดการประชุมผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในโครงการ “การพัฒนาแนวทางการประเมินความคุ้มค่าฯ ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ เพื่อบรรจุในชุดสิทธิประโยชน์ ในระบบประกันสุขภาพของประเทศไทย”

สปสช. และ HITAP ขอเชิญท่านมาร่วมเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับบริการสุขภาพของประเทศไทย ด้วยการตอบแบบสอบถามในหัวข้อ “การปฏิบัติงานตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว”

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร HITAP

สธ.ดีเดย์ 21 ต.ค.ฝังรากฟันเทียมฟรี

http://www.moph.go.th/ops/iprg/iprg_new/include/admin_hotnew/show_hotnew.php?idHot_new=34187


       นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดเดย์ “โครงการรณรงค์กิจกรรม 46 วัน ฟันยิ้ม เฉลิมพระเกียรติ” ว่า เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ วันที่ 21 ตุลาคม 2553 นี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขจะประกาศดีเดย์ “โครงการรณรงค์กิจกรรม 46 วัน ฟันยิ้ม เฉลิมพระเกียรติ” คืนรอยยิ้มและคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย ด้วยรากฟันเทียมพระราชทาน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต่อยอดมาจากการดำเนินโครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550


          ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข โดยมีสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการบริหารจัดการโครงการและมีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง (ADTEC) รับผิดชอบในการผลิตรากฟันเทียม สำหรับให้บริการรักษาแก่ผู้ป่วยที่สูญเสียฟันหรือผู้สูงวัยที่ใส่ฟันปลอมทั้งปากแต่มีปัญหาฟันปลอมหลวมหรือเลื่อนหลุดบ่อยๆ เนื่องจากสรรกระดูกขากรรไกรมีการละลายตัวมาก เป็นอุปสรรคที่ทำให้ฟันปลอมทั้งปากไม่สามารถยึดอยู่ได้ ทำให้การบดเคี้ยวอาหารหรือการพูดทำได้ไม่สะดวก


         ด้าน ทพ.สมชัย ชัยศุภมงคลลาภ ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กล่าวว่า การฝังรากฟันเทียมในโครงการรากฟันเทียมพระราชทาน เป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสุขภาพช่องปากให้ผู้สูงอายุ เพราะรากฟันเทียมที่ได้รับการฝังในขากรรไกรล่าง จะช่วยเสริมศักยภาพของฟันเทียมยึดติดกับฟันปลอมให้แน่นขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหารได้เหมือนฟันธรรมชาติ จึงช่วยให้ผู้ที่ได้รับบริการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยมีเป้าหมายให้บริการฝังรากฟันเทียมฟรี! แก่ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส จำนวน 10,000 ราย ระยะดำเนินโครงการเริ่มมาตั้งแต่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 – พ.ศ. 2554 ได้ให้บริการแก่ผู้ป่วยทั้งประเทศไปแล้วรวม 1,500 ราย จึงยังคงมีผู้ป่วยที่ต้องให้บริการ อีกประมาณ 8,500 ราย เพื่อให้โครงการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายในปี พ.ศ. 2554


        ผอ.สถาบันทันตกรรม กล่าวด้วยว่า เพื่อให้การดำเนินงานโครงการรากฟันเทียมฯ มีความก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ผู้ป่วยมีความเข้าใจการให้บริการในโครงการรากฟันเทียมได้อย่างถูกต้อง ได้รับทราบถึงประโยชน์และความจำเป็นของการฝังรากฟันเทียม ประชาชนทั่วไป ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาสที่มีคุณสมบัติตามที่โครงการกำหนด สามารถเข้าถึงหน่วยให้บริการรากฟันเทียมได้ง่าย ส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กระทรวงสาธารณสุข จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ “46 วัน ฟันยิ้ม เฉลิมพระเกียรติ” คืนรอยยิ้มและคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย ด้วยรากฟันเทียมพระราชทาน ขึ้น เพื่อช่วยสนับสนุนให้เกิดแนวทางปฏิบัติแก่หน่วยบริการเครือข่าย ในการค้นหาผู้ป่วยใส่รากฟันเทียมเชิงรุกพร้อมกันทุกจังหวัด ทั้งผู้ป่วยฟันเทียมรายใหม่ และผู้ป่วยที่ใสฟันเทียมเดิมแต่ประสบปัญหาการยึดไม่แน่น โดยจะเริ่มโครงการตั้งแต่วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ วันที่ 21 ตุลาคม 2553 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า และจะนับไป 46 วัน จนถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2553 ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


        โดยได้มอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขทั่วประเทศ 75 แห่ง เร่งรัดดำเนินการค้นหาผู้ป่วยเข้ารับบริการฝังรากฟันเทียมในหน่วยบริการ จังหวัดละ 100 – 150 คน ตั้งเป้าให้บริการฝังรากฟันเทียมแก่ผู้ป่วยทั้งประเทศให้ได้ 9,000 ราย จำนวน 18,000 ราก ให้เสร็จสิ้นภายในปี พ.ศ. 2554 และเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการลงทะเบียนใส่รากฟันเทียมได้ขอความร่วมมือสำนักงานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปทุกแห่ง เข้าร่วมเป็นเครือข่ายหน่วยบริการรากฟันเทียม พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส ที่มีสาขากว่า 60 สาขาทั่วประเทศ เพื่อเป็นจุดให้บริการรับลงทะเบียนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ เป็นการเพิ่มช่องทางให้ผู้ที่ต้องการสมัครเข้าร่วมโครงการได้รับความสะดวกสบายและสามารถเข้าถึงการให้บริการได้ง่ายขึ้นด้วย ผู้สนใจติดต่อสมัครเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อขอรับบริการฝังรากฟันเทียมพระราชทานได้ฟรี ที่หน่วยบริการเครือข่ายทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถาบันทันตกรรม กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ 0 2588 4005-8 ต่อ 103 หรือ 0 2951 0915 begin_of_the_skype_highlighting              0 2951 0915      end_of_the_skype_highlighting

18 ตุลาคม 2553

Next post > สธ.ปรับระบบบริหารจัดการพื้นที่น้ำท่วม เริ่มทยอยย้ายผู้ป่วยหนักจาก รพ.มหาราช 40 ราย ไปขอนแก่นและรพ.ค่ายสุรนารี

< Previous post อย.ชี้ยาทำแท้งทางเว็บไซต์เป็นยาอันตราย เผยปี51-53 สั่งปิดไปแล้ว 327 เว็บไซต์

Related Posts

ข่าวที่เข้าชมมากที่สุด ในรอบ 3 เดือน

HITAP เป็นข่าว ล่าสุด